28 กรกฎาคม 2559
12 เทคนิคการรักษาความสัมพันธ์หรือชีวิตคู่ เมื่อคุณต้องเดินทางไกล
หากคุณเป็นเหมือนนักธุรกิจอีกหลายๆคนที่ต้องเดินทางเป็นประจำเพื่อไปทำงานที่อื่น ในขณะที่คุณรู้สึกตื่นเต้นกับสถานที่ใหม่ๆ และการพบปะผู้คน การเดินทางติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวสามารถทำให้เกิดความเครียดทั้งกับร่างกายและสภาพจิตใจของคุณ ซึ่งจะส่งผลกับความสัมพันธ์ของคุณได้
โดยเฉพาะหากคุณแต่งงานแล้วหรือกำลังอยู่ในช่วงคบหาดูใจแบบจริงจัง การที่คุณต้องเดินทางอยู่เสมอโดยที่คู่ของคุณถูกทิ้งอยู่เบื้องหลังอาจจะทำให้ทั้งสองฝ่ายเกิดอาการเครียดอย่างมาก ดังนั้นมันจึงสำคัญมากที่ทั้งสองฝ่ายต้องลดระยะห่างทางกายภาพและพยายามเติมเต็มความรู้สึกคิดถึงของอีกฝ่าย การสื่อสารคือประเด็นสำคัณของทุกๆความสัมพันธ์ และมันก็สำคัญเป็นเท่าตัวเมื่อมันเกี่ยวข้องกับความรักที่มีระยะทางมากั้น ดังนั้นแล้วรักษาการติดต่อและรักษาความโรแมนติกเอาไว้ แม้คุณจะยุ่งขนาดไหนก็ตาม เทคนิดข้างล่างนั้นอาจจะสามารถช่วยคุณได้ในการรักษาความสัมพันธ์ของคุณ
1.เปิดเผยตรงไปตรงมา
หากคุณกำลังเตรียมตัวเดินทาง โปรดสังเกตอารมณ์ของคุ่ของคุณก่อนออกเดินทาง ก่อนที่จะเดินทางความบางหมางใจ หรือความไม่เข้าใจใดๆที่คุณทั้งคู่มีควรจะหาข้อสรุปได้แล้ว คุณคงจะไม่อยากจะทะเลาะกับคู่ของคุณทางโทรศัพท์หลังจากที่คุณต้องดูแลลูกค้ารายสำคัญแน่ๆ
2.รู้กำหนดการณ์
ไม่มีอะไรที่เครียดมากไปกว่า การที่เวลาโดนขยายออกไปโดยไม่มีกำหนด ดังนั้นบอกให้ชัดถึงวันที่ที่คุณจะกลับมา แบบนี้คู่ของคุณจะได้มีวันที่ตั้งตารอคุณกลับมา ในช่วงของการเดินทางลองวางแผนอาหารค่ำโรแมนติก หรือการไปออกเดทกับคู่ของคุณหลังคุณกลับ การแสดงออกเช่นนี้ทำให้คุณทั้งคู่มีเรื่องที่ตั้งตารอที่จะได้พบกันอีก
3.คุยกันเป็นประจำ
นี่อาจจะเป็นเรื่องที่พูดซ้ำไปมาหลายรอบ แต่การติดต่อคุยกันทุกวันนั้นเป็นเรื่องสำคัญ หรืออย่างน้อยการส่งข้อความ “อรุณสวัสดิ์” หรือโทรหากันในช่วงพักเที่ยง หรือการคุยกันสั้นๆในช่วงดึกก่อนนอน หรือส่งรูปหรือข้อความตลกๆให้กันและกันทุกวัน การสื่อสารคือส่วนที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์
4.ตกลงกันให้ดีเรื่องเงินๆทองๆ
คอยเช็คให้ดีว่าคุณใช้จ่ายขนาดไหนเมื่อเดินทาง และคู่ของคุณใช้จ่ายอย่างไรเมื่ออยู่บ้านคนเดียว มันอาจจะดูสนุกที่ได้สั่งอาหาร room service หรือไปดื่มกับเพื่อนร่วมงานหลังเลิกงาน และคู่ของคุณก็อาจจะรู้สึกเหมือนอยากสั่งอาหารมาทานมากกว่าทำอาหารเมื่ออยู่คนเดียว การตั้งงบการใช้จ่ายและพยายามควบคุมนั้นเป็นเรื่องที่ดีกว่า เนื่องจากเรื่องเงินๆทองๆนั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนในความสัมพันธ์ และคุณคงไม่อยากให้สถานะการเงินนั้นเป็นตัวเร่งความเครียดในความสัมพันธ์ของคุณ
5.ให้คู่ของคุณรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในชีวิตคุณ
แม้จะอยู่ห่างที่ ต่างเวลา แต่ก็ไม่ควรจะมีข้อแก้ตัวที่คู่ของคุณไม่รับรู้เรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น การที่คุณให้คู่ของคุณรู้ว่าคุณทำอะไรอยู่และอยู่ที่ไหน และกำหนดการของคุณคืออะไร ใครเดินทางไปกับคุณ เรื่องพวกนี้จะช่วยให้คู่ของคุณสบายใจขึ้นมากเพราะมันจะให้ความรู้สึกเหมือนคู่ของคุณอยู่กับคุณตลอดเวลา นอกจจากนี้คุณก็ควรจะฟังด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในชีวิตของคู่คุณที่บ้าน
6.จงโทรหาหากคุณสัญญาไว้
คนส่วนมากไม่สามารถรักษาสัญญาที่ว่าจะโทรหาได้ การผิดสัญญานั้นรังแต่จะสร้างความเครียดในความสัมพันธ์ คุณจะรู้สึกเหมือนคู่ของคุณไม่ใส่ใจ และไม่ให้เกียรติคำสัญญานั้น ตั้งเตือนความจำในมือถือของคุณเพื่อเตือนความจำ หากคุณติดธุระจริงๆ อย่างน้อยการส่งข้อความหาคุ่ของคุณและขอโทษที่ไม่สามารถรักษาสัญญาได้
7.ทำบางอย่างร่วมกันแม้จะอยู่คนละที่
ที่อาจจะฟังดูเพี้ยน แต่คุณยังสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้อย่างคู่รักทั่วไปแม้จะอยู่ห่างกัน เช่นอ่านหนังสือ หรือดูหนังเรื่องเดียวกัน ฟังเพลง หรือออกกำลังกายในเวลาเดียวกัน การที่ทั้งคู่มีความสนใจ และมีกิจกรรมร่วมกันนั้น จะช่วยปิดระยะห่างของความสัมพันธ์ให้แคบลง และนี่ก็เป็นวิธีหาหัวข้อสนทนาใหม่ๆ เพื่อออกจากความเครียดจากงานอีกด้วย
8.แสดงความรักอย่างสม่ำเสมอ
แสดงความรักเป็นประจำ ระวังอย่าให้ความรักจืด พูดคำว่า คิดถึงบ่อยๆ ส่ง postcard หรือสั่งช่อดอกไม้ไปส่งที่หน้าบ้านบ้างในช่วงที่คุณไม่อยู่นานๆ อยๆ ส่ง ยลงน ฟังเพลง หรือออกกำลังกายในเวลาเดียวกัน การที่ทั้งคู่มีคทิ้งโน๊ตบอกรักแล้ววางไว้ที่จุดต่างๆทั่วบ้าน ให้คู่ของคุณไปเจอในขณะที่คุณไม่อยู่บ้าน และจงสนุกและมีความสุขกับมัน การกะทำเช่นนี้จะช่วยให้ การหายตัวไปของคุณทำให้ความรักเข้มแข็งขึ้น
9.สนใจคู่ของคุณ
ในขณะที่คุณโทรศัพท์หรือ วีดีโอคอล จงแน่ใจว่าคุณพุ่งความสนใจไปที่คู่ของคุณไม่ใช่สิ่งอื่นรอบตัว จากประสบการณ์ของนัธุรกิจที่ประสบความสำเร็จที่ต้องเดินทางไปทั่วโลกละรักษาชีวิตคูรมายาวนาน Paul Morre กล่าวว่า เค้าเลือกที่จะให้ความสนใจกับคู่ของเค้าและบทสนทนาโดยไม่ใส่ใจสิ่งกดดันรอบตัวนาน 5 นาที ดีกว่ามีบทสนทนาที่คุ่ของเค้าไม่รู้สึกว่าเค้าสนใจในบทสนทนาเลยนานครึ่งชั่วโมง
10.ทำงานอดิเรกและมีชีวิตส่วนตัว
เวลาส่วนตัวเป็นส่วนสำคัญของชีวิต และมันจะช่วยลดความเครียดเมื่อคุณคุยกับคู่ของคุณ งานอดิเรกที่คุณทำ ไม่ว่าจะเป็นการออกไปวิ่ง ชิมอาหารที่ร้านต่างๆ ออกไปถ่ายรูป เล่นดนตรี ออกกำลังกาย หรืออื่นๆ จะช่วยให้คุณมีเวลาเป็นของตัวเองแม้คุณจะคิดถึงคู่ของคุณแต่คุณก็ต้องดูแลตัวเองและใช้เวลาทำในสิ่งที่คุณชอบด้วย.
11.เดินทางกับคู่ของคุณบ้าง
หากคุณสามารถที่จะพาคู่ของคุณเดินทางไปด้วยได้บ้างใบบางโอกาส จัดเตรียมงบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นและพาคู่ของคุณไปด้วย ในขณะที่คุณต้องทำงานให้คู่ของคุณมีเวลาออกไปเดินเล่น และแวะชมสถานที่ต่างๆ คุณอาจจะแนะนำเธอได้ว่าที่ไหนคือสถานที่น่าสนใจ จากนั้นเมื่อเสร็จจากงาน คุณก็สามารถพาเธอไปเที่ยวแบบโรแมนติกได้ หากงบประมาณคุณมากพอ คุณอาจจะอยู่ต่อในช่วงสุดสัปดาห์ และมีความสุขกับช่วงวันหยุดส่วนตัวกันสองคน
12.ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์
แม้ใครจะบอกว่าเทคโนโลยีทำให้คนไกลกันมากกว่าเดิม แต่หากใช้ให้ดีมันก็สามารถเป็นตัวเชื่อมชั้นดีสำหรับความสัมพันธ์ที่ห่างไกล นี่คือคำแนะนำบางอย่างสำหรับการใช้เทคฌนโลยีให้เกิดประโยชน์ - ตั้งเวลาไว้ในมือถือ และ ปฏิทินกำหนดการของคุณ เพื่อเตือนเวลาที่คุณต้องโทรหรือส่งข้อความหาคู่ของคุณ
- ดาว์นโหลด Skype หรือ Google Hangout หรือ Facetime แบบนี้คุณจะสามารถ Video Call คู่ของคุณได้
- หากคู่ของคุณชอบที่จะได้รับของขวัญ ส่งของขวัญออนไลน์จากร้านออนไลน์ที่เธอชอบสิ
- แบ่งปันรูป และวีดีโอผ่าน social media เป็นอีกวิธีที่จะอัพเดทกิจวัตรประจำวันของคุณให้คู่ของคุณได้รับรู้
มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าสงสัย หรือเป็นเรื่องธรรมดาที่ว่าการที่ต้องอยู่ห่างกันอาจจะทำให้ความสัมพันธ์สั่นคลอน แต่หากคุณตั้งใจที่จะดูแลความสัมพันธ์ให้ดีแล้วล่ะก็ ไม่ว่าอาชีพการงานของคุณจะพาคุณไปไกลขนาดไหน คุณก็จะยังสามารถรักษาความสัมพันธ์นั้นได้อยู่ ขอบคุณข้อมูลจาก : www.huffingtonpost.com
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - http://terrabkk.com/?p=83729
7 เรื่องเล็กๆที่ ผู้หญิง อยากให้ผู้ชายรู้ แต่ไม่มีทางเอ่ยปากบอก!
ผู้ชายมักจะบ่นว่า ยังไงก็ไม่มีวันเข้าใจผู้หญิงเลยว่าเจ้าหล่อนต้องการอะไร แถมบางทีก็งอนขึ้นมาซะงั้น พอถามก็บอกว่า “ไม่มีอะไร” ให้เดาไปอีกล้านแปดว่าสาเหตุคืออะไรอีก วันนี้เรามีคำตอบมาให้เลย เพราะบางครั้งผู้หญิงอย่างเราๆก็อยากจะบอกว่า เรื่องแค่นี้อ่ะ รู้สักทีจะได้มั๊ย!
1. อย่าถามว่ากินอะไรดี เพราะมันจะลงเอยที่ว่า “อะไรก็ได้”
แต่บอกเลยว่ามันไม่ใช่อะไรก็ได้ เรารู้ว่าคุณผู้ชายปวดหัวม๊ากก เวลาถามว่าอยากกินอะไร ด้วยความที่ไม่อยากให้ดูตะกละเกินไปนัก คุณผู้หญิงมักจะตอบกลับไปว่า “อะไรก็ได้” เพราะจะได้ไม่ดูเรื่องมาก แต่พอคุณเสนอไอ้สิ่งที่คุณอยากกินมา คุณผู้หญิงค่อยสำเหนียกได้ว่าไม่อยากกิน แล้วสุดท้ายไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ คุณผู้ชายเลยเพลียกับเรื่องนี้เป็นอันดับต้นๆ ทางออก: ถามใหม่ โดยตั้งช้อยส์ให้เลือกมาเลย เช่น วันนี้กินอะไรดีระหว่างพิซซ่า ข้าว หรือว่าก๋วยเตี๋ยว พร้อมเหตุผลสนับสนุน เช่น ร้านนี้อร่อย แต่อีกร้านอยู่ใกล้กว่า คุณหิวแล้วหรือยัง? เพิ่มความใส่ใจขึ้นมาอีกนิด สาวเจ้าก็จะเพิ่มคะแนนบวกให้คุณในฐานะที่คุณเตรียมตัวมาดี แต่ถ้านางยังเลือกไม่ได้อีก ก็ตัดบทไปเลยว่า งั้นกินร้านนี้นะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง จบ!
2. ให้ความสำคัญกับเธอเป็นที่หนึ่ง หรืออย่างน้อย ก็ไม่ทำให้เธอรู้สึกด้อย
แม้ว่าในชีวิตของคุณจะมีเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอีกล้านแปด ทั้งงาน ทั้งครอบครัว ทั้งเพื่อน ทั้งงานอดิเรก แต่การให้ความสำคัญกับคุณแฟนก็เป็นสิ่งจำเป็น ถ้าคุณไม่อยากเจอคำถามประเภท “ไม่รักเค้าแล้วใช่มั๊ย” หรือ “ทำไมแต่ก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย” ทางแก้ก็คือ ไม่ทำตัวหายสาปสูญ ซึ่งหลายครั้งอะไรที่ง่ายๆ ก็กลายเป็นสาเหตุที่เลิกกัน เมื่อเธอจับได้ว่าคุณทำอย่างอื่นจนเพลิน ไม่ได้สนใจเธอเช่น เผลอไลค์เฟซบุ๊คคนอื่นก่อนจะดูไลน์ว่าเธอทักมาสามวันแล้วแค่คุณไม่ตอบ เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย และไม่ได้คิดอะไรจริงๆ แต่นั่นเท่ากับคุณเหยียบกับระเบิดแล้วล่ะ เพราะผู้หญิงจะคิดในทันทีว่าถ้าคุณมีเวลาตอบคนอื่น แล้วทำไมถึงไม่มีเวลามาตอบเธอบ้าง ทางออก: ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้เธอรู้สึกว่าคุณหายไป ถ้าไม่ว่างโทรคุย ไลน์ก็มี เฟซบุ๊คก็มี และมันฟรี ส่งสติ๊กเกอร์ซักตัวไปหามั๊ย มันคงไม่ยากเย็นนัก ส่งไปก่อนที่เธอจะต้องทักมา ถ้าคุณไม่ว่างจริงๆ ก็ส่งข้อความไปบอกหน่อยว่า ช่วงนี้ยุ่งจริงๆ แต่ก็อย่าลืมส่งข้อความไปทักทายบ้าง อย่างน้อยก็ “คิดถึงนะ” ให้เธอรู้ตัวว่าคุณยังเป็นแฟนเธออยู่
3. ไม่ต้องถามว่าอยากได้ดอกไม้หรือเปล่า ตอบเลยว่าอยาก!
แฟนสาวของคุณอาจไม่ใช่สาวหวาน เธออาจไม่ต้องการดอกไม้มาเอาใจ แต่ให้ไปเหอะ ดีกว่าไม่ให้ แม้ว่าดอกไม้อาจจะดู Cliché แต่มันเป็นสิ่งที่ทั่วโลกการันตีว่ามันทำให้ผู้หญิงยิ้มได้ มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ผู้ชายแทบไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายเลยด้วยซ้ำ
4. ช่างสังเกตขึ้นอีกนิด และชมเธออีกหน่อย
สังเกตขึ้นอีกหน่อยว่าเธอมีอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทรงผม วันนี้เธอไดร์ตรง หรือถักเปีย แต่งหน้าเฉดใหม่ ใส่กระโปรง หรือกางเกง อะไรที่ดูแปลกตาไปบ้าง 100 ทั้ง 100 ผู้หญิงอยากให้ผู้ชายทักว่าเธอมีอะไรที่แปลกไป ยิ่งถ้าเธอตั้งใจแต่งตัวมาเพื่อคุณแล้ว พูดเบาๆ ว่า “วันนี้คุณสวยจัง” หรือ “วันนี้ดูแปลกตาไปเลย น่ารักขึ้นนะ” คุณจะได้รอยยิ้มกว้างๆ จากเธอเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่าเลยล่ะ
5. ถ้าถามว่าใส่ชุดนี้แล้วเป็นไง อย่าตอบแค่ว่า “ก็ดี”
เป็นคำถามปราบเซียน ที่คุณผู้ชายบอกว่าอยากร้องไห้ เวลาคุณแฟนถามเรื่องชุดเสื้อผ้าของเธอ อย่าตอบว่า “ดีแล้ว” หรือ “ก็ดี” มันจะทำให้เธอคิดว่าคุณไม่ใส่ใจ ทางเอาตัวรอดก็คือ ไม่ต้องรีบตอบ ลองพิจารณาดูว่ามันเหมาะกับเธอจริงๆหรือเปล่า ให้ความเห็นจากใจจริง เช่น สีนี้เหมาะกับคุณมาก คุณใส่แล้วสวย หรือถ้าไม่ชอบก็บอกไปตรงๆ แม้ว่าคุณจะเพลียถ้าสุดท้ายเธอก็จะใส่อย่างที่เธออยากใส่ แต่อย่างน้อยเธอก็จะไม่บ่นอีกเวลาขอความเห็นจากคุณ
6. บางทีผู้หญิงก็อยากได้ความหวานเหมือนในนิยาย หรือซีรีส์บ้าง
ผู้ชายชอบหาว่าผู้หญิงเพ้อเจ้อเวลาเธอชอบตัวละครจากในนิยายหรือในซีรีส์ที่เธอดู งั้นคุณก็อย่าทำให้ผู้ชายดีๆมีแค่ในนิยาย แต่จงกลายร่างเป็นเจ้าชายที่พวกเธอหลงรัก ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้หวานเลี่ยนบ่อยนัก แต่นานๆครั้งก็ลองสร้างซีนแบบโอบกอดจากข้างหลัง กระซิบอ้อนเธอที่ข้างหู หรือให้เธอขี่หลังเป็นโอปป้าเกาหลีบ้าง บอกเลยว่าเธอจะฟินหนักๆ
7. ถ้าผู้หญิงเงียบ แปลว่าเธองอน และรอให้คุณง้อ
แฟนสาวบางคนอาจจะใจดีบอกตรงๆว่างอนอยู่ แต่บางคนก็เงียบไป บอกได้เลยว่านั่นคือสัญญาณที่เธอบอกว่า “ง้อฉันสิ” นั่นคือคุณต้องง้อ ไม่ใช่ว่าปล่อยให้เรื่องผ่านไป แฟนของคุณอาจจะเก็บเรื่องนี้เข้าบัญชีดำและขุดขึ้นระลึกชาติทุกครั้งไปถ้าคุณปล่อยเลย
วิธีแก้ปัญหามีดังนี้:
1. คุณไม่รู้จริงๆ ว่างอนเรื่องอะไร ก็ต้องพยายามเผชิญหน้ากับเธอตรงๆ บอกเลยว่าคุณไม่รู้
2. ขอโทษ ขอโทษไว้ก่อนเลย แต่คุณต้องขอโทษจากใจจริง ไม่ใช่ว่า “ผมขอโทษนะ แต่..” ลองให้เธอพูดเหตุผลของเธอก่อน บางทีมันอาจจะงี่เง่าจนเธอเองก็รู้สึกผิดเองก็ได้
3. ถ้าเธอยังไม่ยอมคุยด้วย ลองอ้อนส่งสัญญาณสงบศึกเงียบๆ เช่น ช่วยล้างจาน หาของหวาน หรือขนมให้เธอ เพื่อให้อารมณ์ดีขึ้น
4. ชวนเธอออกไปหากิจกรรมอย่างอื่นทำ เช่น ไปดูหนัง ทานข้าว หรือทำอะไรที่เธอชอบ เพราะมันบ่งบอกว่าคุณอยากเจอหน้าเธอ อยากใช้เวลาร่วมกับเธอ เลิกงอนได้แล้วนะทูนหัว
5. ถ้าคุณผิดจริง ก็ขอโทษให้มันหวานๆไปเลย เช่น เขียนโน้ตขอโทษ อ้อนว่าคุณผิดไปแล้ว หมายเหตุ : ภาพประกอบบทความ บางภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่อย่างใด
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - http://terrabkk.com/?p=115022
8 กิจวัตร ของคนประสบความสำเร็จ
การที่บุคคลหนึ่งจะประสบความสำเร็จและร่ำรวยนั้น ประกอบด้วยหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็น ความรู้ ความสามารถ ความพยายาม และอื่นๆอีกมากมาย แต่ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ การใช้เวลาในแต่ละวันให้เป็นประโยชน์สูงสุดนั่นเอง การใช้เวลาในแต่ละวันให้เกิดประโยชน์ที่สุด ถือเป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังความสำเร็จและร่ำรวยของนักธุรกิจหลายๆ ท่านเลยทีเดียว วันนี้เราได้รวบรวมกิจวัตรที่ทำกันเป็นประจำของบุคคลเหล่านี้มาให้ดูกัน
1. ตื่นนอนแต่เช้า
ช่วงเวลาตอนเช้าเป็นโอกาสดี จิตใจให้สงบ ใช้เวลานี้วางแผนและตั้งเป้าหมายประจำวัน ออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัวก่อนไปทำงาน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้นี่แหละที่เป็นตัวส่งเสริมให้ตลอดทั้งวันเต็มไปด้วยความมีประสิทธิภาพ
2. รับประทานอาหารเช้า
คนที่ประสบความสำเร็จต่างก็รู้และเข้าใจดีว่า อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญมาก เพราะมื้อนี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานและยังส่งเสริมในด้านอื่นๆของร่างกายอีกเช่น ช่วยให้ความจำดี ช่วยพัฒนาสมอง เป็นต้น และยังช่วยลดโอกาสเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคนิ่วได้อีกด้วย (ข้อมูลจาก todayhealth) เมนูง่ายๆและดีต่อสุขภาพที่แนะนำ คือ ซีเรียล,คอร์นเฟลก,ไข่,โยเกิร์ต,ผักผลไม้,ข้าว เป็นต้น
3. ดำเนินการตามแผนงานประจำวัน
หลังจากที่วางแผนในตอนเช้าแล้ว เมื่อไปถึงที่ทำงาน ก็จะเริ่มสะสางงานต่างๆ ตามรายการที่วางไว้ให้เรียบร้อยตามลำดับความสำคัญ เพราะหากวางแผนไว้แต่ไม่ทำตาม ก็ไม่ทำให้เกิดประโยชน์ได้ นอกจากจะวางแผนแต่ละวันล่วงหน้าแล้ว ส่วนมากพวกเขาจะวางแผนระยะยาวให้กับตัวเองอีกด้วย
4. รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ
คนกลุ่มนี้ส่วนมากมักไม่ค่อยทานอาหารขยะ(junk food) หรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาน้ำหนักและรูปร่างให้ดูดีเท่านั้น แต่เพื่อเป็นการรักษาสุขภาพของตนเองไม่ให้ป่วยง่าย เพราะเมื่อร่างกายแข็งแรงก็พร้อมที่จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย
5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
คนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จมักจะรักสุขภาพ นอกจากจะใส่ใจเรื่องอาหารแล้ว ก็ยังออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วย นอกจากจะทำให้สุขภาพดี รูปร่างดี หน้าตาผิวพรรณเปล่งปลั่งแล้ว ยังดีต่อสุขภาพจิตใจด้วย การออกกำลังกายช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกสดชื่น แจ่มใจ จะหยิบจับอะไรก็จะทำได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
6. ไม่ติดออนไลน์
สมัยนี้การทำงานออนไลน์ถือเป็นเรื่องปกติ เราทุกคนต่างก็ใช้สมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ ทำงาน สื่อสารออนไลน์กันแทบจะตลอดเวลา จนบางครั้งก็ลืมที่จะทำกิจกรรมอื่นๆกันไป แต่บุคคลที่ประสบความสำเร็จจะไม่ลืมให้เวลากับตัวเอง เช่น ใช้เวลากับครอบครัว ไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ทำงานอาสาสมัคร ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ เพื่อเป็นการพักผ่อนสมองได้เพื่อนใหม่ๆจากการทำกิจกรรม ได้ประสบการณ์ดีๆ และยังเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์
7. อ่านหนังสือเยอะๆ
ไม่ว่าจะงานยุ่งขนาดไหนก็ตาม คนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จจะหาเวลาอ่านหนังสืออยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าการพัฒนาตนเองและเรียนรู้ตลอดเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น พวกเขาจึงจัดได้ว่าเป็นพวกหนอนหนังสือ และส่วนมากจะชอบอ่านหนังสือประเภทพัฒนาตนเอง ด้านอุตสาหกรรมสายงานตนเอง รวมถึงหนังสืออื่นๆ ที่มีประโยชน์อีกด้วย
8. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
โดยปกติร่างกายเราต้องการการนอนหลับพักผ่อนวันละ 7-8 ชั่วโมง แต่อย่างน้อยไม่ควรน้อยกว่าวันละ 6 ชม. นอกจากจะเป็นการพักผ่อนร่างกายที่เพียงพอแล้ว การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะเป็นต้นตอของโรคต่างๆ ที่อาจตามมาได้อีกด้วย เช่น โรคเบาหวาน โรคความดัน โรคอ้วน เป็นต้น (ข้อมูลจาก gotoknow) หรืออาการง่วงเหงาหาวนอนตลอดทั้งวัน ซึ่งส่งผลการทำงานของเราให้ไม่มีประสิทธิภาพไปด้ว
นอกจากนี้ การพักผ่อน เดินไปมา 5 นาที ไม่นั่งติดคอมพิวเตอร์ทั้งวัน และการผ่อนคลายหลังการทำงาน เช่น การออกกำลังกาย การยืดเส้นยืดสาย เล่นโยคะ ฯลฯ ก็มีส่วนช่วยให้เราผ่อนคลายหลังการทำงานหนักทั้งวันได้เช่นกัน ผ่านไปกันแล้วนะครับกับกิจวัตรของผู้ที่ประสบความสำเร็จเขาทำกัน อ่านแล้วสามารถลองนำไปปฏิบัติและปรับใช้กันได้เลยนะครับ เช่น ลองตื่นเช้าขึ้น ใส่ใจกับอาหารที่ตัวเองกินมากขึ้น ออกกำลังกายบ้าง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และตั้งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวอยู่เสมอ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตให้เพื่อนๆได้ครับ ค่อยๆก้าวเดินไป ซักวันเราจะเป็นหนึ่งในคนที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้แน่นอน ขอบคุณข้อมูล จาก : Masii.co.th
อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com - http://terrabkk.com/?p=119616
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


