31 สิงหาคม 2559

พฤติกรรมที่จะทำให้คุณจะเสียใจเมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30


บางครั้งการเรียนรู้ประสบการณ์ก็ไม่จำเป็นต้องลองผิดลองถูกด้วยตนเองเสมอไป เราสามารถเรียนรู้บทเรียนชีวิตสำคัญได้จากการเห็นชีวิตคนอื่นและตัวเลข 30 ถือเป็นเลขที่กำลังดีไม่เด็กและไม่แก่จนเกินไป ไม่ว่าคุณกำลังจะอายุครบ 30 หรือเด็กกว่านั้น เราก็สามารถค้นพบบทเรียนชีวิตได้ว่าเรื่องไหนที่เป็นข้อผิดพลาดของคนวัยนี้ และคุณจะได้ไม่ทำตามและมานั่งเสียใจในภายหลัง

1. กังวลมากไปว่าคนอื่นจะมองคุณอย่างไร
ตั้งแต่ตอนเรียนเรื่อยมาจนทำงานไม่ว่าจะเป็นช่วงอายุใด คนเรามักจะมีความกังวลว่าสังคมจะมองเราเป็นอย่างไร และยิ่งเมื่ออายุของคุณก้าวเข้าสู่เลข 3 คุณจะรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทางสังคมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน คุณอาจกังวลว่าคุณยังไม่มีอาชีพการงานที่มั่นคง ยังไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง หรือควรจะแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาได้แล้ว แต่อย่าให้สิ่งคนนั้นคนนี้คาดหวังจากคุณทำให้คุณไขว้เขว อย่าคิดมากหากสิ่งที่คุณทำไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานของสังคมแบบที่ใครๆ เขาทำกัน อย่างไรก็ตามคุณควรจะคิดได้แล้วว่าคนอื่นจะคิดอย่างไรก็ไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือคุณคิดและทำตัวอย่างไรต่างหาก คำถามที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้คือ คุณมีความเป็นตัวของตัวเองมีคุณสมบัติเป็นผู้ใหญ่เพียงพอสมกับที่จะอายุ 30 แล้วหรือยัง

2. ไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่กับพ่อแม่
หนุ่มสาวยุคใหม่มักจะมีแต่เรื่องงานอยู่ในหัวจนลืมหรือละเลยคนสำคัญในครอบครัวอย่างพ่อแม่ของเรา อย่ามัวกังวลแต่เรื่องงาน หาเวลาทำกิจกรรมกับพวกท่านบ้าง เช่นการไปเที่ยวพักผ่อน ออกไปทานข้าวนอกบ้าน หรือโทรหาท่านบ่อยๆ พ่อแม่อยู่กับเราไม่ได้ทั้งชีวิต อย่ารอให้พวกท่านแก่เฒ่ากว่านี้ค่อยเห็นความสำคัญ ใช้เวลาที่มีอยู่ดูแลพวกท่านให้ดี

3. ให้ความสำคัญแต่เรื่องงาน
บางคนคิดว่าต้องให้ความสำคัญกับเรื่องงานเป็นอันดับแรกในชีวิต แต่อย่าลืมว่าถึงแม้งานจะสำคัญต่อความมั่นคงในอนาคต แต่ชีวิตคนเรายังมีอีกหลายสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน อย่าลืมดูแลคนสำคัญใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นคนในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือคนรักของคุณ อย่าทำให้พวกเขารู้สึกถูกทอดทิ้ง

4. จมอยู่กับความคิดแง่ลบเมื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์
การที่คุณอายุจะ 30 คุณจะเข้าใจดีว่าสิ่งร้ายๆ หรือคนแย่ๆ ไม่ได้หายไปจากชีวิตคุณ กลับกันคุณจะเข้าใจสัจธรรมข้อนี้ได้ดียิ่งขึ้นและรู้ว่าไม่ควรเสียเวลากับสิ่งไม่ดีเหล่านั้น ชีวิตคนเราอาจมีขาลง ถูกตำหนิ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือนินทาว่าร้าย คุณต้องเรียนรู้ที่ปล่อยวางบ้าง และควรอยู่ให้ห่างไกลจากคนที่ทำให้ชีวิตคุณไม่ดีและให้ความสำคัญกับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของคุณมีความสุขแทน

5. คิดว่าอายุ 30 นั้นแก่
หากคุณชอบใช้ข้ออ้างในการไม่ทำอะไรซักอย่าง ด้วยการบอกว่าคุณแก่เกินไป เลิกข้ออ้างนั้นซะ ถึงจะอายุ 30 40 หรือ 50 คนเราสามารถเริ่มต้น เรียนรู้เรื่องใหม่ๆได้ตลอดเวลาไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม

6. ไม่ให้ความสำคัญกับตัวเอง
ยิ่งคนเราแก่ลงสุขภาพยิ่งเสื่อมถอยลงเป็นเรื่องธรรมดา ถึงวัย 30 จะไม่ใช่วัยที่ถือว่าแก่เสียทีเดียว แต่การหันมาดูแลสุขภาพตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ ก็เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ บางทีชีวิตคนเราก็มีสิ่งต่างๆ ให้สนใจมากมายจนทำให้ลืมนึกถึงตัวเอง ถ้าคุณหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพกายหรือสุขภาพจิต คุณจะมีความสุขมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
 
7. ไม่แสวงหาโอกาส
คนเราบางคนทั้งชีวิตก็ไม่ได้ก้าวหน้าไปไหน เพราะไม่เคยกล้าลองเสี่ยง กล้าทำในสิ่งที่ท้าทาย หรือเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ให้กับชีวิต คนเราเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียว ถ้าคุณอยากได้ผลลัพธ์ที่แปลกใหม่ คุณก็ต้องกล้าลองทำอะไรที่ไม่เหมือนเดิม

8. ไม่ออมเงินและลงทุน
ถ้าคุณเริ่มออมเงินเร็ว นั่นจะเป็นการการันตีความมั่นคงในวัยเกษียณได้เป็นอย่างดี ถ้าคุณยังไม่มีเงินเก็บออมเป็นก้อน หรือไม่มีการลงทุนอื่นๆ เพื่อให้เงินงอกเงย จะเริ่มต้นวันนี้ก็ยังไม่สาย

9. ไม่ท่องเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต
อย่ามัวแต่ผัดวันประกันพรุ่ง ให้รางวัลกับตัวเองได้พักผ่อนและออกท่องเที่ยวบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการเที่ยวในประเทศหรือต่างประเทศ ก็สามารถเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้ชีวิตของคุณได้เหมือนกัน รีบออกเดินทาง อย่าทำให้เรื่องอื่นกลายเป็นข้ออ้าง และทำให้คุณบ่นเสียดายตอนแก่ว่า รู้อย่างนี้ไปเที่ยวตั้งนานแล้ว


ที่มา
popsugar.com

19 สิงหาคม 2559

11 ทักษะที่คนวัย 24 ปีทุกคนควรเรียนรู้ก่อนจะสาย


11 ทักษะที่คนวัย 24 ปีทุกคนควรเรียนรู้ก่อนจะสาย

อายุ 24 ปี เป็นช่วงเวลาสุดสนุกของชีวิต เพราะเป็นวัยที่คุณเพิ่งจะเรียนจบจากมหาวิทยาลัยมาได้เพียงไม่กี่ปี ได้รู้จักคนใหม่ๆ และได้กระโจนเข้าสู่โลกที่แท้จริง ในขณะเดียวกันมันก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ เพราะในวัย 24 ปีนั้น คุณกำลังจะกลายเป็นผู้ใหญ่อย่างแท้จริง และการตัดสินใจใดๆ ก็อาจส่งผลกับคุณไปทั้งชีวิตได้
ในเว็บไซต์ Quora ได้ตั้งคำถามว่า “ทักษะใดบ้างที่คนวัย 24 ปีทุกคนควรจะเรียนรู้?”  มีคนจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “ทักษะที่คนหนุ่มสาววัย 24 ปีควรเรียนรู้ก่อนจะสายไป” ซึ่งสามารถสรุปมาได้ทั้งหมด 11 ทักษะดังต่อไปนี้

1.เป็นสุดยอดนักขาย

การขาย คือหลักการพื้นฐานของความสำเร็จในธุรกิจ ถึงแม้การขายจะไม่ได้เป็นหน้าที่โดยตรงของคุณ แต่คุณย่อมเกี่ยวข้องกับการขายอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการขายขณะที่ทำการตลาด ระหว่างวางแผนกับทีม การบริการลูกค้า การดูแลจัดการผลิตภัณฑ์  การประชุม การพัฒนาธุรกิจ  ฯลฯ การมีพื้นฐานการขายที่ดีจะทำให้คุณได้เปรียบเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ” — นิรนาม (Anonymous)

2.ก้าวออกมาจาก comfort zone

“ออกไปสร้างประสบการณ์จริงข้างนอกดูบ้าง ลองทำธุรกิจ พูดคุยกับผู้คน หรือไม่ก็ชวนผู้หญิงน่ารักสักคนออกเดท ไปดำน้ำ ฝึกสนทนากับคนกลุ่มใหม่จนเชี่ยวชาญ และแน่นอนว่าอย่าจริงจังมากไป จนทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ล่ะ”  — Christian Pretorius

3.เอาดีให้สุดสักทางหนึ่ง

“เอาดีให้สุดสักทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นทักษะ การตัดต่อภาพ ร้องเพลง เต้นรำ ผิวปาก เพราะอย่างน้อยหากวันดีคืนดีคุณตกงาน ไม่มีบ้าน ไม่มีใครช่วยเหลือ คุณก็จะพอประทังชีวิตตัวเองไปได้ด้วยการเป็นฟรีแลนซ์จากความสามารถพิเศษเหล่านี้ (ต่อให้เป็นแค่การผิวปากก็เถอะ เพราะอย่างน้อยคุณก็สามารถไปเปิดหมวกข้างถนนขอให้คนร้องเพลงแล้วผิวปากตามดนตรีก็พอได้เงินแล้ว ไม่เชื่อก็ลองดูสิ)” — Rohit Mishra

4.สร้างเครือข่ายสังคมที่ช่วยสนับสนุนคุณ

“เราทุกคนต่างต้องการคนที่คอยช่วยเหลือและส่งเสริมเราให้ได้เจอสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นโอกาส เพื่อน ไอเดีย หรือแม้กระทั่งงาน  ลองใส่ใจเรื่องการให้คุณค่ากับพวกเขามากกว่าแค่พบกันเฉยๆ ดูสิ เพราะกฎเหล็กของการสร้างเครือข่ายสังคมไม่ได้อยู่ที่ว่าคุณรู้จักพวกเขากี่คน แต่คือการที่คุณได้ช่วยเหลือคนสำคัญเหล่านั้นมากแค่ไหนต่างหากล่ะ” — Christian Bonilla, ดีไซเนอร์ซอฟท์แวร์และนักเขียน

5.เรียนรู้การเขียนโค้ดโปรแกรม

“เรียนรู้การเขียนและอ่านโค้ดเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับหนุ่มสาววัย 24 ปี แม้ว่าสิ่งที่คุณเรียนมาจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีก็ตาม แต่อย่างน้อยรุ่นของพวกคุณก็ถนัดกับการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีเหล่านี้กันดีกว่าผู้ใหญ่อยู่แล้ว เพราะคุ้นเคยกับแทบเล็ต สมาร์ทโฟน หรือ อุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ นานา การเรียนโค้ดโปรแกรมเป็นเครื่องมือสำคัญที่มีประโยชน์ต่ออนาคตของคุณ  เพราะมันก็ไม่ต่างจากการเรียนภาษานั่นแหละ” — Maria Antsuk

6.ตกหลุมรัก
“ใช่แล้ว ตกหลุมรักนี่แหละ เพราะความรักคือความรู้สึกบริสุทธิ์ที่สุดในบรรดาอารมณ์ทั้งหมดทั้งปวง แล้วอะไรจะสวยงามไปกว่าความรักอีกเล่า? หากคุณไม่เคยตกหลุมรักเลย แสดงว่าคุณได้พลาดอีกหนึ่งความรู้สึกล้ำลึกของมนุษย์ไปแล้ว” — Karan Jaiswani

7.ฝึกสมาธิ

“ในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวายแบบนี้ การฝึกสมาธิเป็นเครื่องมือเดียวที่จะทำให้คุณจดจ่อกับสิ่งต่างๆ ได้ดีขึ้นงานวิจัยพบว่าการฝึกสมาธิเพียง 20 นาทีมีผลเทียบเท่ากับการงีบหลับ 2 ชั่วโมง มันคือการบำบัดจิตที่แม้จะเสียเวลาเพียงเล็กน้อยแต่ส่งผลดีในระยะยาว การฝึกสมาธิอาจต้องใช้ความมุ่งมั่นเพราะมันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายนัก” — Sanjay Kadel

8.เที่ยวให้มากขึ้น

“ลองสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง ด้วยวิธีการออกไปท่องเที่ยวดูสิ เพราะการท่องเที่ยวจะสอนให้คุณได้เจอเรื่องราวใหม่ๆ ในชีวิต หาคุณอยู่แถบตะวันตกก็ลองออกไปผจญภัยในแอฟริกา หรือถ้าคุณอยู่ในเขตร้อนก็ลองไปเที่ยวแคนาดาหน้าหนาวดู แล้วคุณจะได้สัมผัสโลกมุมใหม่ เพื่อนใหม่ และได้ฝึกที่จะมอบความรักให้สิ่งรอบตัว” — นิรนาม (Anonymous)

9.หมั่นหาความรู้เป็นต้นทุนชีวิต

“อย่าเอาแต่นั่งดูทีวีหรือเที่ยวเล่นไปทั่ว ลองอ่านหนังสือให้มากขึ้น หรือไม่ก็เข้าร่วมงานสัมมนาต่างๆ เพราะมันจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตคุณและสร้างผลกำไรต่อตัวคุณเองเมื่อได้ทำงาน ยิ่งคุณลงทุนกับความรู้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งได้รายได้ตอบแทนมากขึ้นเท่านั้น” — Janis Butevics,ผู้ประกอบการ วัย 23 ปี, นักเขียน, ผู้ก่อตั้ง Awake or Be Slaved

10.เลิกกังวลอยู่ตลอดเวลา

“ความกังวลเป็นการดูดพลังงานโดยเปล่าประโยชน์ เพราะความกังวลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือสถานการณ์ต่างๆ ได้ การวางแผนและลงมือทำต่างหากที่จะนำคุณไปยังจุดที่คุณต้องการในชีวิต ลองใช้ชีวิตแบบไม่กังวลดูบ้างปรับทัศนคติตนเองใหม่และดูแลสุขภาพ เพิ่มอาหารสมองด้วยความรู้ นั่นต่างหากที่จะเป็นประโยชน์กับอนาคตของคุณ  มีความสุขกับปัจจุบัน แล้วเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงดีๆ ที่จะเกิดขึ้น” — Deme Alexis

11.เริ่มเก็บเงิน

“ไม่ว่าคุณจะทำงานเพื่อคนอื่นหรือเพื่อตัวเอง คุณควรฝึกเก็บเงินเสียตั้งแต่ตอนนี้ เงินเก็บเล็กผสมน้อยในแต่ละเดือนสามารถเปลี่ยนคุณเป็นเศรษฐีเงินล้านได้ใน 20 ปีข้างหน้า และยิ่งคุณเก็บออมได้มากเท่าไหร่ ก็ย่อมทำให้คุณรวยได้เร็วขึ้น” — Stefan Stoman

Source : Business Insider

16 สิงหาคม 2559

การฝึกฝน 4 อย่างที่พนักงานควรทำเพื่อให้ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม