17 มกราคม 2560
12 ทักษะที่คนอยากเป็นเศรษฐีต้องมี
ไม่ว่าใครก็ใฝ่ฝันที่จะอยากเป็นเศรษฐีกันทั้งนั้น แต่การเป็นเศรษฐีนั้น ไม่ใช่แค่เพียงต้องมีเงินเยอะ หรือต้องร่ำรวยมหาศาล แต่ต้องมีทักษะเฉพาะบางประการสำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐีพึงจะมี นอกจากนี้ทักษะเหล่านั้นควรได้รับการฝึกฝนและหมั่นเอามาปฏิบัติอย่างสม่ำ เสมอ ซึ่ง TerraBKK Research จะขอแนะนำ 12 ทักษะสำหรับคนที่อยากเป็นเศรษฐีต้อง มี ดังนี้
1. ทักษะด้านการสื่อสาร
เป็นทักษะสำคัญอย่างหนึ่ง ที่ไม่เพียงแต่ผู้ที่อยากจะเป็นเศรษฐีควรจะมี แต่คือทักษะที่ทุกคนควรมี เพราะการสื่อสารไม่ใช่แค่เพียงการพูดคุยหรือการสนทนาเท่านั้น แต่รวมไปถึงการสื่อสารในที่ประชุม การสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ การส่งอีเมล์เพื่อโต้ตอบธุรกิจการ ค้า บางคนสื่อสารไม่ดีพอ กลายเป็นส่งสารแบบผิดๆ ทำให้เกิดการเข้าใจผิดกัน ดังนั้นการสื่อสารที่ดีและตรงประเด็น จะเป็นตัวชี้กำหนดถึงความเป็นมืออาชีพของคุณ
2. ทักษะด้านการขาย
ทักษะการขายคือ ทักษะที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับคุณ การขายที่ดีคือการขายที่ต้องรู้ว่าควรขายอะไรให้กับใคร และไม่ยัดเยียดการขายมากเกินไป เหล่าบรรดาเศรษฐีทั้งหลายย่อมต้องมีทักษะนี้ติดตัวอยู่เสมอ ไม่เพียงแต่ขายของได้เท่านั้น แต่พวกเขายังมีเทคนิคที่แพรวพราวจนลูกค้าแทบไม่รู้สึกตัวว่ากำลังโดยขาย ของอยู่ด้วยซ้ำไป
3. ทักษะด้านมาร์เกตติ้งและแบรนด์ดิ้ง
การทำการ ตลาดและแบรนด์ดิ้งเป็นรากฐานสำคัญที่จะกำหนดชื่อเสียงของธุรกิจคุณ นักการตลาดที่ดีจะช่วยเสริมให้ธุรกิจเป็นที่รู้จักมากขึ้น (แน่นอนว่าต้องเป็นไปในทางที่ดี) ซึ่งเราจะได้เห็นเหล่ามหาเศรษฐีหลายคนที่รู้จักการใช้มาร์เกตติ้งเพื่อส่งเส ริมแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น คุณตัน เจ้าของแบรนด์อิชิตัน ที่นับเป็นนักการตลาดตัวยงในโลกธุรกิจ ที่ไม่ว่าจะออกแคมเปญใดมาต้องได้รับกระแสและได้รับการตอบรับอย่างล้น หลามอยู่เสมอ
4. ทักษะด้านอารมณ์
ในโลกของธุรกิจไม่ได้มีเพียง แต่เน้นรายได้หรือกำไรที่เป็นตัวเลขเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ “ทรัพยากรมนุษย์” ที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้ คนที่จะสามารถขึ้นมาเป็นเจ้าของธุรกิจหรือเป็นเศรษฐีได้นั้น จะต้องรู้จักเข้าใจความรู้สึกของคน ต้องมีความเห็นอกเห็นใจ และใส่ใจกับคนรอบตัว ดังนั้นการรู้จักธรรมชาติของมนุษย์จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยนำไปสู่ความ สำเร็จได้ไม่ยาก
5. ทักษะการยืดหยุ่นและปรับตัว
สิ่งที่ต้องพบ เจออยู่เสมอคือการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยที่ควบคุมได้และควบคุมไม่ได้ บางครั้งอาจจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว ตั้งรับไม่ทัน แต่อย่างน้อยที่สุดคุณควรจะรู้จักการยืดหยุ่นพฤติกรรมตัวเองและรู้จักปรับ ตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง
6. ทักษะการตั้งและวางแผนเป้าหมาย
“วางแผนการทำงาน และทำงานให้เป็นไปตามแผน” นี่คือสิ่งที่เศรษฐีทุกคนพึงจะทำ ไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยไร้การวางแผนใดๆ ดังนั้นคุณต้องกำหนดแผน กำหนดเป้าหมาย และไปให้ถึงแผนนั้น
7. ทักษะการจัดการเงิน
เป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่จะขึ้นมาเป็นเศรษฐี คือการรู้จักจัดการเงินก้อนที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ผู้ที่จะเป็นมหาเศรษฐีได้นั้น จะต้องรู้จักฝึกการใช้เงินอย่างชาญฉลาด ไม่สิ้นเปลือง เริ่มต้นด้วยการหัดทำรายรับ-รายจ่าย เพื่อให้รู้ถึงที่มาที่ไปของเงิน
Advertisement
8. ทักษะความคิดด้านนวัตกรรม
ผู้ที่จะสามารถทำธุรกิจเพื่อให้เป็นเศรษฐีได้นั้น จะต้องมีความคิดใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ไม่ทำตามคนอื่น หาช่องทางใหม่ๆ (Innovation) เพราะในโลกของธุรกิจจะต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆออกมาอยู่เสมอ อย่างเช่น สตีฟ จ๊อบส์ ผู้ทีก่อให้เกิดนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีต่างๆมากมาย ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในวงการมือถือ อย่างที่เราได้เห็นในทุกวันนี้
9. ทักษะความมีเมตตา
นอกจากจะต้องสามารถจัดการด้าน การเงินได้แล้ว สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรขาดเลยก็คือความมีเมตตา โอบอ้อมอารีแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น อย่างเช่นกรณี บิลล์ เกตต์ เขาได้การก่อตั้งมูลนิธิร่วมกับภรรยาชื่อว่า มูลนิธิบิลล์ แอนด์ เมลินดา ซึ่งมุ่งพัฒนาด้านการเกษตร ห้องสมุดในที่ต่างๆ ของโลก คนยากจนในชนบท สาธารณสุข และการศึกษา ทำให้บิลล์ เกตต์ ติดอันดับมหาเศรษฐีที่ใจบุญที่สุดในโลก
10. ทักษะการเป็นผู้นำ
ผู้ที่เป็นเศรษฐีส่วนใหญ่มักจะมีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว ทั้งการควบคุมและดูแลผู้ที่อยู่ใต้บังคับบัญชา นอกจากนี้หากเกิดอะไรผิดพลาด ผู้นำคือคนที่จะต้องมีรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ผู้นำยังจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่น ในยามที่คับขัน
11. ทักษะด้านการสร้างพันธมิตร
การสร้างความสัมพันธ์และการสร้างพันธมิตรเป็นเครื่องมือหนึ่งในโลกของธุรกิจ ซึ่งหลักๆแล้วคือเพื่อการสร้างผลประโยชน์ร่วมกันทั้ง 2 ฝ่าย อาจจะใช้เงินทุนร่วมกัน หรือดำเนินธุรกิจร่วมกัน
12. ทักษะการจัดการเวลา
มักจะเป็นทักษะที่หลายๆคน มักขาดไป คือการจัดสรรเวลาอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้จะต้องรู้จักลำดับความสำคัญของงานแต่ละอย่าง และที่สำคัญเลยคือ work-life balance คือบริหารเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ไม่ใช้เวลากับการทำงานมากไปจนขาดเวลาความเป็นส่วนตัว และไม่เอาเวลางานมาใช้ในเรื่องส่วนตัวจนเสียงาน
26 ธันวาคม 2559
17 หลักการแห่งความสำเร็จ ของ “นโปเลียน ฮิลล์”
“สิ่งใดก็ตามที่คุณกล้าจะนึกฝันและเชื่อมั่น ทุกสิ่งนั้นย่อมเป็นไปได้เสมอ”
นโปเลียน ฮิลล์ ผู้เขียนหนังสือ “Napoleon Hill’s Keys to Success: The 17 Principles of Personal Achievement” (หนังสือเล่มนี้มีฉบับแปลไทยครับ ชื่อหนังสือชื่อว่า “หัวใจแห่งความสำเร็จ” ยังไงก็ลองหามาอ่านกันได้) เขาได้เผย 17 หลักการที่มีผลต่อความสำเร็จของคนเรา โดยสรุปเป็นใจความสำคัญของแต่ละหลักการไว้สั้นๆ ดังนี้
บทที่ 1 การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
การมีเป้าหมายที่แน่นอนชัดเจน คือจุดเริ่มต้นของการประสบความสำเร็จทั้งปวง การที่คุณไม่มีเป้าหมายหรือแผนการในหัวนั้น จะทำให้คุณใช้ชีวิตอย่างไร้จุดมุ่งหมายเหมือนกับเรือที่ลอยเคว้งคว ้างอยู่กลางมหาสมุทร
บทที่ 2 การร่วมมือร่วมใจกัน
หลักการของแนวคิดนี้ก็คือ การทำงานร่วมกันระหว่างสองบุคคลขึ้นไปเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้ และความสำเร็จจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากการร่วมมือกันกับผู้อื่น
บทที่ 3 การมีศรัทธา
ความศรัทธา คือ สภาวะที่จิตใจของเราแฝงไปด้วย เป้าหมาย แรงปรารถนา และแผนการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่จะนำไปสู่ความสมดุลในชีวิตและทรัพย์สิน
บทที่ 4 การทำมากกว่าที่ใครคาดหวัง
“เมื่อคุณทำมากกว่าที่คนอื่นคาดหวัง กฎแห่งการตอบแทนจะปรากฎขึ้น”
การทำให้มากเกินกว่าที่ใครคาดหวัง คือการปฏิบัติหน้าที่ให้มากกว่าเงินเดือนที่คุณถูกจ้าง และเมื่อคุณทุ่มสุดตัวเมื่อใด เมื่อนั้นคุณก็จะได้รับค่าตอบแทนอันคุ้มค่าตามมา
บทที่ 5 การมีบุคลิกภาพที่ดี
บุคลิกภาพ คือภาพรวมของ จิตใจ อารมณ์ความรู้สึก ลักษณะท่าทาง และอุปนิสัยของเรา ที่สามารถแยกลักษณะออกจากบุคคลคนอื่นๆ ได้ สิ่งนี้เองที่คนอื่นใช้ตัดสินเราว่าเราเป็นคนน่าไว้ใจหรือไม่
บทที่ 6 การริเริ่มที่ตัวของเราเอง
การเริ่มต้นที่ตัวเราเอง คือพลังที่จะกระตุ้นให้เกิดการบรรลุเป้าหมายที่เราได้ตั้งไว้ มันคือพลังซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการกระทำทั้งปวง คุณจะไม่สามารถเป็นอิสระได้เลย จนกว่าคุณจะเรียนรู้ที่จะทำในสิ่งคุณอยากทำและมีความกล้าพอที่จะลงมือทำมัน
บทที่ 7 การมีทัศนคติที่ดี
การมีทัศนคติเชิงบวก คือสิ่งที่ควรทำในทุกสถานการณ์ เพราะเราคิดสิ่งใดมันย่อมดึงดูดสิ่งนั้นเข้ามาเสมอ ความสำเร็จก็มักดึงดูดความสำเร็จมากมายเข้ามา ขณะที่ความล้มเหลวก็มักจะดึงดูดความล้มเหลวมากมายเข้ามาเช่นกัน
บทที่ 8 การกระตือรือร้น
ความกระตือรือร้น คือการมีศรัทธาหรือความปรารถนาอันแรงกล้าที่ออกมาจากภายใน และสามารถแสดงออกมาผ่านน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง และอารมณ์ได้
บทที่ 9 การมีวินัยในตนเอง
การมีวินัยในตัวเองเริ่มจากการเป็นนายของความคิดตัวเอง หากคุณควบคุมมันไม่ได้ คุณก็ควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้เช่นกัน ซึ่งการที่คุณจะมีวินัยในตัวเองได้นั้น คุณจำเป็นต้องมีความสมดุลของสมองและหัวใจ หรือสมดุลการใช้เหตุผลและอารมณ์นั้นเอง
บทที่ 10 การมีความคิดที่เที่ยงตรง
พลังแห่งความคิด อาจพลังที่อันตรายที่สุดหรืออาจจะเป็นประโยชน์ที่สุดสำหรับมนุษยชาติ ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้มันอย่างไร
บทที่ 11 การใส่ใจในสิ่งที่ทำอยู่
การมีจิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่ นำไปสู่การเป็นนายของความเพียรพยายาม นอกจากมันจะช่วยให้คุณสามารถโฟกัสความคิดของคุณได้แล้ว มันยังช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายและรักษาความตั้งใจของคุณเอาไว้ได้ด้วย
บทที่ 12 การทำงานเป็นทีม
ทีมเวิร์ค คือการทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งก็คือ ความตั้งใจ สมัครใจ และความเป็นอิสระ เมื่อใดก็ตามที่ทุกคนมีความสามัคคีกันในการทำธุรกิจหรืออุตสาหกรรม ความสำเร็จก็ย่อมไม่หนีไปไหน ความสามัคคีกลมเกลียวจึงเป็นเสมือนสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้เลย
บทที่ 13 การรู้จักความลำบากและความพ่ายแพ้
“ความล้มเหลวเป็นเพียงความพ่ายแพ้เพียงชั่วคราวที่พิสูจน์ว่า นี่อาจจะเป็นพรอันประเสริฐที่แปลงตัวมา หรือเรียกอีกอย่างก็คือ เรื่องดีๆ ที่แฝงอยู่ในเรื่องร้ายๆ”
การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนผ่านความยากลำบากและความล้มเหลวมาก่อนแล้วทั้งนั้น
บทที่ 14 การคิดอย่างสร้างสรรค์
การมีความคิดสร้างสรรค์ เกิดขึ้นจากการที่คุณกล้าคิด กล้าจินตนาการได้อย่างอิสระ มันจึงไม่ใช่ปาฏิหาริย์และไม่เกี่ยวกับการมีพรสวรรค์หรือไม่มีพรสวรรค์มาแต่กำเนิด
บทที่ 15 การมีสุขภาพที่ดี
การมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงเริ่มด้วยการฝึกฝนสมาธิ ซึ่งก็เหมือนกับการประสบความสำเร็จในการลงทุน ที่เริ่มด้วยการเจริญสติ
บทที่ 16 การบริหารเวลาและเงิน
เวลาและเงินคือทรัพยากรที่มีค่า และมีคนที่กำลังต่อสู้เพื่อความสำเร็จเหล่านี้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่เชื่อมั่นว่าพวกเขาจะต้องครอบครองสิ่งเหล่านี้ให้ได้
บทสุดท้าย บทที่ 17 อุปนิสัย
การพัฒนาและการสร้างนิสัยเชิงบวกจะช่วยให้จิตใจเราสงบขึ้น มีสุขภาพดีและมีความมั่นคงทางการเงินด้วย ดังนั้นความสำเร็จของคุณล้วนมาจากสิ่งเหล่านี้ก็คือ นิสัยเชิงบวก วิธีคิด และการกระทำของคุณเอง
Source : success
25 ธันวาคม 2559
นักจิตวิทยาเผย 2 ปัจจัยที่คนอื่นใช้ตัดสินคุณ เมื่อพบคุณครั้งแรก
ตั้งแต่มนุษย์เกิดขึ้นมา มนุษย์เราก็เริ่มตัดสินคนอื่น ๆ ทั้งแบบที่ไม่รู้ตัว(จิตใต้สำนึก) และแบบที่รู้ตัว เราสามารถตัดสินคนอื่นได้ภายในไม่กี่วินาที แล้วมนุษย์เราใช้ปัจจัยอะไรบ้างในการที่จะตัดสินผู้อื่น?
Amy Cuddy ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำ Harvard Business School ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ ความประทับใจแรก หรือ First Impression ร่วมกับนักจิตวิทยานาม Susan Fiske และ Peter Glick เป็นเวลายาวนานกว่า 15 ปี และได้พบรูปแบบที่ตายตัวของการปฏิสัมพันธ์นี้
Cuddy เขียนไว้ในหนังสือเล่มใหม่ของเธอ “Presence” ว่า ผู้คนจะตอบคำถาม 2 คำถามนี้ ทันทีที่พวกเขาเจอคุณเป็นครั้งแรก
- ฉันจะไว้ใจคน ๆ นี้ได้หรือเปล่า?
- ฉันจะนับถือคน ๆ นี้ได้หรือเปล่า?
นักจิตวิทยาเรียกสองสิ่งนี้ว่า ความอบอุ่น และ ความสามารถ ตามหลักการแล้วคุณจะอยากให้คนอื่นมองว่าคุณนั้นมีทั้งสองอย่าง
Cuddy กล่าวว่าคนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับ ความสามารถ มากกว่าโดยเฉพาะในบริบทของหน้าที่การงาน นั่นเป็นเพราะว่าพวกเขาอยากพิสูจน์ให้คุณเห็น ว่าพวกเขาก็ฉลาดและเก่งพอๆกับคุณ
แต่จริง ๆ แล้ว ความอบอุ่น หรือ ความคู่ควรแก่การไว้ใจ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดทีคนอื่นใช้ตัดสินเรา “หากเล่าถึงบรรพบุรุษของเรา” Cuddy กล่าว “การที่พวกเขาจะไว้ใจใคร ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเอาตัวรอดมากกว่าสิ่งอื่น” หากเรามองย้อนไปที่มนุษย์ยุคหิน เราก็จะเข้าใจว่า การที่จะไว้ใจใครนั้นเป็นสิ่งสำคัญเอามาก ๆ เพราะสภาพชีวิตที่ค่อนข้างป่าเถื่อนทำให้พวกเขามีโอกาสถูกปล้นหรือถูกฆ่าสูง
Cuddy กล่าวว่า ความสามารถเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันคนเราจะมองเห็นความสามารถของกันและกันก็ต่อเมื่อได้ไว้ใจกันแล้ว นอกจากนี้ ถ้าคุณกังวลเรื่องความสามารถของตนมากเกินไป ก็อาจส่งผลเสียได้ อย่างเช่น พนักงานบริษัทที่เพิ่งจบใหม่มักจะให้ความสำคัญกับการถูกมองว่าเป็นคนเก่งและมีความสามารถ ทำให้พวกเขาไม่สุงสิงกับใครและไม่ชอบขอความช่วยเหลือ จนพวกเขาดูไม่เป็นมิตร ทำให้คนเหล่านี้มักได้รับการตอบรับจากคนอื่นในด้านลบ และมักจะไม่ได้รับงาน เพราะไม่มีใครในที่ทำงานไว้ใจพวกเขาเลย
“หากคุณต้องการจะพูดโน้มน้าวใครสักคน เพื่อให้เขาช่วยคุณหรือซื้อของ ๆ คุณ แต่เขากลับไม่ไว้ใจคุณ และคุณอาจจะต้องผิดหวัง หากในความเป็นจริงแล้ว อาจเป็นเพราะว่าเขามองว่าคุณเป็นคนเจ้าเล่ห์ก็ได้” Cuddy กล่าว
“ผู้ที่มีความอบอุ่น ความน่าไว้ใจ และมีความสามารถ ถือเป็นคนที่น่ายกย่อง แต่ก่อนจะโฟกัสที่ความสามารถนั้นคุณควรได้รับการไว้วางใจเสียก่อน แล้วความสามารถของคุณจึงจะกลายเป็นพรสวรรค์ ไม่ใช่เล่ห์เหลี่ยมที่ดูน่ากลัว”
Source : Tech Insider
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
