13 มีนาคม 2560

4 วิธีในการหาเวลาทำ “สิ่งที่คุณรัก”


วิธีที่จะกล่าวต่อไปนี้ ถูกพิสูจน์มาแล้วว่าสามารถช่วยให้คุณมีเวลาเหลือพอสำหรับสิ่งที่รักได้ เช่น อ่านหนังสือ ได้ไปออกกำลังกาย ได้ดูหนังเรื่องโปรด หรืออะไรก็ตามที่คุณทำแล้วสุขใจ และนี่ก็คือ 4 เคล็ดลับที่ช่วยให้คุณมีเวลามากขึ้น และเหลือพอสำหรับสิ่งที่คุณรัก

1. เรียงลำดับความสำคัญ

เรียนรู้ที่จะให้สิ่งที่สำคัญมาก่อนเรื่องเร่งด่วน คนเรามักจะติดนิสัยตอบสนองต่อเรื่องเร่งด่วนแล้วปล่อยให้เรื่องสำคัญจริงๆ กลายเป็นเรื่องรอง คุณต้องควบคุมสถานการณ์ให้ได้ อย่าปล่อยให้มันควบคุมคุณ เพราะในท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญจะเป็นสิ่งที่ส่งผลดีต่อคุณในระยะยาว แต่ละวันลองถามตัวเองดูว่า นี่เราใช้เวลาอย่างคุ้มค่าพอแล้วหรือยัง? แล้วคุณจะแปลกใจว่าด้วยวิธีการนี้ คุณจะมีเวลาเหลือเฟือในการทำสิ่งที่ตัวเองชอบได้ด้วย

2. อย่าดินพอกหางหมู

ดินพอกหางหมูไม่ได้แปลว่าคุณไม่ทำอะไรเลย แต่คือคุณเพียงแค่เรียงลำดับความสำคัญผิดไปเท่านั้นเอง คุณเลือกที่จะทำอะไรง่ายๆ ก่อนอะไรที่ยากๆ ดังนั้นทางที่ดีคุณจึงควรฝึกตัวเองให้ใช้กำลังที่มีไปกับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนเสมอ

3. พัฒนาความคิดให้เป็นระบบ

ระบบไม่ใช่แค่การที่คุณมีพื้นที่ทำงานอย่างมีระบบระเบียบเท่านั้น แต่มันคือการที่คุณวางแผนระบบความคิดให้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญเป็นหลัก ซึ่งก่อนอื่นคุณจะต้องทิ้งอะไรที่ไม่เกี่ยวข้องหรือไม่สำคัญกับงานทิ้งไปให้หมด แล้วจากนั้นจึงหาวิธีในการทำงานแต่ละวันให้ลุล่วงไปได้เร็วที่สุดและให้ผลลัพธ์เหมาะสมที่สุด

4. หาผู้ช่วยหรือคนทำงานแทน

บางครั้งการที่เราไม่ให้ใครทำแทนนั้นก็อาจเกิดขึ้นจากการที่เราถือตัวมากไป โดยคุณอาจคิดว่าคุณทำงานได้ดีกว่าคนอื่น แต่การที่คุณเข้าใจว่าคุณควรพักและให้คนอื่นมาช่วยทำแทนบ้าง ก็จะช่วยแบ่งเบาภาระงานของคุณให้ลดลงได้ และคุณก็จะมีเวลาให้กับสิ่งที่รักได้มากขึ้นอีกด้วย

08 มีนาคม 2560

9 ทักษะที่คุณพึงมี เพื่อความสำเร็จในทุกสายอาชีพ


ความสำเร็จ เป็นสิ่งที่วัดผลได้จากหลากหลายวิธี ไม่ว่าจะวัดจากขนาดของความสุข รายได้ ความสำเร็จในเรื่องชีวิตส่วนตัว หรือความสำเร็จในหน้าที่การงาน อย่างไรก็ตาม คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ไม่ว่าเป้าหมายจะแตกต่างกันเพียงใด ทุกคนกลับมีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถช่วยนำพาพวกเขาไปสู่จุดสูงสุดในแต่ละสายอาชีพนั้นๆ
คุณอาจจะคิดว่าทักษะเหล่านี้ต้องมีมาแต่กำเนิด แต่แท้จริงแล้วเราทุกคนล้วนสามารถเรียนรู้กันได้ทั้งนั้น เรามาดูกันดีกว่าว่า ทักษะความสามารถที่คุณต้องมีเพื่อความสำเร็จในหน้าที่การงานนั้นมีอะไรบ้าง?

1.ทักษะการสื่อสาร (Communication skills)

คนประสบความสำเร็จมักทำงานร่วมกับผู้อื่นได้เป็นอย่างดี และเป็นนักสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มีผู้จัดการจำนวนมากกล่าวว่า ทักษะนี้เป็นทักษะที่ทั้งพนักงานใหม่และพนักงานเก่ามีกันน้อยที่สุดเลยทีเดียว

2.การคิดวิเคราะห์

ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การแบ่งแยกความเห็น การแตกประเด็นปัญหา และการตั้งคำถามที่ดี ล้วนเป็นคุณลักษณะสำคัญที่เหล่าผู้นำและเหล่านักคิดทุกคนพึงมี มันเป็นทักษะที่มีคุณค่ามากแต่คนเรากลับไม่ค่อยให้ความสำคัญกันนัก อีกทั้งเป็นทักษะทีสามารถเรียนรู้กันได้ไม่ยากอีกด้วย

3.ทักษะในการเรียนรู้

คนที่ประสบความสำเร็จมักจะมีความอยากรู้อยากเห็นและชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ วิธีการเรียนรู้มีอยู่หลายรูปแบบ แต่คนส่วนใหญ่กลับไม่รู้วิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวเอง เวลาที่อ่านหรือเรียนรู้เรื่องใดไปก็มักจะลืมความรู้นั้นไปหมดในไม่ช้า หรืออาจใช้เวลานานเกินไปในการจะซึมซับความรู้นั้นได้ ดังนั้นทางที่ดี การที่รู้ว่าตัวเองเหมาะสมกับการเรียนรู้รูปแบบไหน จึงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยให้เราสามารถจดจำความรู้นั้นใด้ดีขึ้นได้

4.การใช้สื่อออนไลน์อย่างมีประสิทธิภาพ

การใช้สื่อออนไลน์เป็นสิ่งที่ช่วยในการพัฒนาทักษะทางอาชีพให้เร็วขึ้นได้ แต่คนส่วนใหญ่กลับใช้มันอย่างไม่คุ้มค่านัก ความรู้ใหม่ๆ โอกาสและงานใหม่ๆ ล้วนอยู่ใกล้ตัวเราแค่ปลายนิ้ว อยู่ที่เราว่าจะสามารถใช้สื่อออนไลน์เหล่านี้ให้เกิดประโยชน์กับการงานของเราได้มากน้อยแค่ไหน

5.มีความเป็นผู้นำ

การเป็นผู้จัดการที่ดีนั้น เราจะต้องสามารถสร้างความไว้วางใจและความสามัคคีภายในทีมให้ได้ เพราะบุคคลเหล่านี้แหละที่ทำให้บริษัทของคุณคงอยู่ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่คุณต้องหมั่นสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานของคุณอยู่เสมอ การแสดงให้พวกเขาเห็นถึงวิสัยทัศน์อันชัดเจน และการบริหารคนอย่างมีประสิทธิผล

6.ทักษะการบัญชีเบื้องต้น

ไม่ว่าคุณจะทำงานฝ่ายบัญชีอยู่ตอนนี้หรือไม่ เราทุกคนก็ควรมีความรู้เกี่ยวกับการทำบัญชีเบื้องต้นเอาไว้ การที่คุณจะประสบความสำเร็จในการงานและการเงินได้นั้น สิ่งพื้นฐานที่ควรทำก่อนสิ่งอื่นสิ่งใดเลยก็คือ “การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย” คุณควรจะรู้เสียก่อนว่าเงินทุกบาทของคุณถูกใช้ไปกับอะไรบ้าง รวมไปถึงการนำเงินที่มีเหล่านั้นไปลงทุนอย่างเหมาะสมด้วย

7.การบริหารเวลา

คนที่ประสบความสำเร็จจะให้ความสำคัญกับเวลาเป็นอันดับหนึ่ง และใช้มันให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดให้กับงานหรอกนะ เพราะคนที่จะสำเร็จได้นั้นจะต้องเข้าใจว่าการใช้พลังงานที่มีจนหมดไปล้วนไม่มีผลดีกับใครเลย นี่จึงเป็นเหตุผลที่พวกเขามักบริหารเวลาในการทำงานให้เกิดประสิทธิผลที่สุด และยังมีเวลาเหลือเฟือให้กับสิ่งที่ตัวเองรักด้วย

8.การทำงานเป็นทีม

คนที่ประสบความสำเร็จจะรู้วิธีการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพ นั่นหมายความว่าพวกเขารู้จักรับฟังผู้อื่น รู้จักต่อยอดความคิด และรู้จักการสร้างแรงจูงใจให้ผู้คนในทีม เพื่อให้ผลลัพธ์ของงานออกมาดีที่สุด

9.การรับมือกับความเครียด

สำหรับคนที่อยากจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความเครียดเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราไม่อาจหนีพ้น ดังนั้นแล้ว คุณจะต้องรู้วิธีรับมือกับมันเพื่อไม่ให้มันมาดับความฝันคุณลงเสียก่อน

01 มีนาคม 2560

10 เคล็ดลับปรับวิธีคิดแบบฉบับ “ฉันทำได้!”


ความแตกต่างระหว่างคนประสบความสำเร็จกับคนเพ้อฝัน มันมีเพียงเส้นบางๆ กั้นอยู่เท่านั้น แล้วเส้นๆ นั้นมันคืออะไรกันแน่?
วิธีคิด หรือ ทัศนคติ ยังไงล่ะ เหล่าผู้คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมักมีทัศนคติ “ฉันทำได้” ซึ่งเป็นสิ่งที่คนพวกฝันกลางวันไม่มี การมีทัศนคติเช่นนี้ทำให้พวกเขาไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ แม้หนทางสู่ความสำเร็จจะลำบากแค่ไหน พวกเขาก็จะพยายามเต็มที่เพื่อผ่านพ้นมันไปให้ได้
และต่อไปนี้คือ 10 เคล็ดลับ เพื่อปรับวิธีคิดแบบ ฉันทำได้ ที่คุณสามารถทำตามได้อย่างแน่นอน

1. อย่ายอมแพ้อะไรง่ายๆ

เหล่าคนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” มักมีทางออกที่ดีสำหรับทุกๆปัญหาเสมอ ในขณะที่บางคน ไม่แม้แต่คิดจะก้าวขาออกไปเจอกับปัญหาด้วยซ้ำ นอกจากคนธรรมดาแล้ว เหล่าผู้นำทั้งหลายที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” ต่างก็เอาชนะอุปสรรคไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ได้ด้วยความอุสาหะทั้งสิ้น

2. เลิกขี้ขลาด

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” ล้วนไม่ใช่คนขี้กลัวหรือขี้ขลาด พวกเขาจะคิดเสมอว่าพวกเขาต้องทำได้ หากรู้ว่าอะไรคือทางออกสำหรับปัญหา พวกเขาจะไม่รีรอและลงมือทำในทันที ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้พวกเขามักเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ได้

3. เลิกบ่น

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” ไม่ใช่พวกขี้บ่น เพราะพวกเขาตระหนักดีว่าการบ่นล้วนเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ และจะไม่มีทางเจียดเวลามาทำเรื่องแบบนี้แน่นอน เพราะเวลาเป็นสิ่งที่แสนจะมีค่า
“จงพอใจกับสิ่งที่คุณมีและเลิกบ่นเสียที เพราะนอกจากจะทำให้คนอื่นอึดอัด ยังเสียเวลาและเป็นสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์”– ZIGZIGLAR

4. นึกถึงใจเขาใจเรา

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” มักใส่ใจคนรอบข้างเสมอ ดังนั้นพวกจะพยายามมองปัญหาผ่านมุมมองของผู้อื่น เพื่อให้การตัดสินใจออกมาเป็นที่พึงพอใจมากที่สุด

5. หา Passion ให้เจอ

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” ไม่เคยรู้สึกเบื่อกับสิ่งที่ทำ เพราะพวกเขารู้ดีว่าควรจะหาแรงบันดาลใจได้จากที่ไหน จำไว้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จที่สุดไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุด ร่ำรวยที่สุด หรือมีอำนาจมากที่สุด หากแต่เป็นคนที่รู้อยู่เต็มดวงใจว่าเขานั้นรักที่จะทำในสิ่งใดต่างหาก

6. ทำให้ได้มากกว่าที่ตั้งใจไว้

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” มักทำสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เพราะพวกเขาต่างตั้งความคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่ได้จากตัวเองไว้สูงกว่าที่คนอื่นเสมอ ดังนั้นพวกเขาจะไม่หยุดพยายามหากยังทำได้ไม่เต็มที่

7. อย่ารีรอ

ในขณะที่คนอื่นเอาแต่กลัวและรอคอยโอกาส คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” กลับเริ่มลงมือทำในทันที เนื่องจากพวกเขาตระหนักดีว่าเวลาที่พร้อมที่สุดนั้นไม่มีอยู่จริง ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายและความสำเร็จที่ตั้งไว้ให้เร็วที่สุด แล้วคุณล่ะ…รออะไรอยู่?

8. อย่ายึดติด

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” มักปรับตัวต่อสถานการณ์ใหม่ๆที่เข้ามา แม้จะเจอเรื่องราวที่ไม่คาดฝันแค่ไหน พวกเขาต่างก็สามารถผ่านมันไปได้ เพราะพวกเขามองโลกในแง่ดีและเปิดใจรับต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนั่นเอง

9. บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

คนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” ไม่เพียงแค่ลงมือทำเท่านั้น แต่พวกเขาจะทำให้สำเร็จด้วย เพราะพวกเขาจะตั้งเป้าหมายและริเริ่มลงมือทำจนสำเร็จได้ด้วยตัวเขาเอง โดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยบอกคอยชี้นำ

10. มีความหวังกับสิ่งที่พยายาม

หากคุณพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นคนที่มีทัศนคติแบบ “ฉันทำได้” จงคาดหวังสิ่งที่จะได้รับกลับมาจากความเพียรพยายามนั้นอยู่เสมอ เพราะความมุ่งมั่นตั้งใจบวกกับความหวังที่มีต่อสิ่งนั้นล้วนเป็นกำลังสำคัญให้ท้ายที่สุดไม่ว่าอะไร คุณก็สามารถทำได้สำเร็จเสมอ และกลายเป็นคนที่มีทัศนติแบบ “ฉันทำได้” โดยไม่รู้ตัว

Source: success